ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: 19 กันยายน 2017, 08:57:32 AM 
เริ่มโดย วลีลักษณา - กระทู้ล่าสุด โดย Soul Searcher


"หากอาทิตย์ลับโลกโศกสลด"
คลุ้มมืดหมดคลี่แผ่ซ่านแห่ห้อม
หวาดประหวั่น แข็งขืนฝืนประนอม
พยักพร้อมน้อมรับกับห้วงกาล

เยื้องเหยียบย่างค้างคารอยบ่าบั่น
ข้ามคืนวันผันเวียนเปลี่ยนฉากม่าน
บนหยาดหยดน้ำตาอุราธาร
ท่วมถั่งท้นดวงมานร้าวรานนัก

ยลเงารูปวูบไหวใจกระหวัด
แย้มเยื้อนอรรถวลีกวีถัก
สื่อสวัสดิ์สวาสดิ์พาสามิภักดิ์
เฟื่องฟูมฟักเสกศิลป์จินต์บันดล

อันรักเกิดครั้งใด ใครว่าง่าย
ว้าวุ่นวายตื่นหลับคล้ายสับสน
รู้ทั้งรู้สุขทุกข์คลุกเคล้าปน
แปลกกมลมิคลาย แหนงหน่ายรัก

ครั้นจะเติมแต่งสี ฤ มีสิทธิ์
นิรมิตงดงาม คร้ามตระหนัก
ไล้เรื่อแดงแซมปรางสำอางลักษณ์
สะท้อนทักทายคำร่ำพาที...

ฤารักเอย...ผูกเย้า          ยวนปม
เบือนปิดช้ำระบม            ปกป้อง
ปรารภกี่ปรารมภ์            ขมขื่น
มิอาจขืนติดข้อง             เสียดค้างปลายศร

หวานกลอนรักชื่นช้อย       ชีวี
คล้อยเคลิบเคลิ้มพาที       พริบแพร้ว
คลายหมองหม่นฤดี          หดหู่
เปิดประตูใจแล้ว             สลัดเปลื้องปลายศัลย์

ขอบพระคุณ คุณวลีลักษณา
ที่ให้เกียรติร่วมต่อกลอนครับ
จะรออ่าน "กลอนรัก" นะครับ
(...แต่อยากจะให้ช่วยเติมสีชมพู
เข้าไปเยอะๆหน่อยนะครับ...)
 
Soul Searcher
Inspired to write 19/9/2017






 2 
 เมื่อ: 17 กันยายน 2017, 21:13:59 PM 
เริ่มโดย วลีลักษณา - กระทู้ล่าสุด โดย วลีลักษณา
สิ้นแสงสูรย์เลือนดับราวลับโลก
กาลวิโยคโบกย้ำแต่ช้ำต่อ
น้ำตาฟ้าหลากหลั่งไม่รั้งรอ
มิอาจขอดินฟ้าให้ปราณี

ก้าวลุยทางย่างผ่านมานานเนิ่น
นานจนเกินย้อนกลับสลับที่
กระแสกาลเวลาดังวารี
ไม่เคยมีวันทวนแม้ส่วนใด

ตลอดลู่สู้ฝ่าจะคว้าฝัน
มากำนัลจำนงอย่างหลงใหล
ทั้งสมหวัง-พลาดหวังพ่ายพังไป
เหลืออะไรติดมือเมื่อยื้อมา

ต่างสิ้นลับดับลงไม่คงรูป
สายกาลสูบกลืนกินจนสิ้นค่า
หลงอยู่ในนิยามความมายา
ทรมาทรกรรมก็จำยอม.....ฯลฯ


ขออภัยคุณ Soul Searcher นะคะที่ต่ออารมณ์กลอนไปคนละทาง บทต่อไปจะเปลี่ยนอารมณ์กลอนตามหัวข้อ "กลอนรัก" ให้อ่านเล่นๆ ค่ะ

 3 
 เมื่อ: 15 กันยายน 2017, 08:07:03 AM 
เริ่มโดย กวี ชาวบ้าน - กระทู้ล่าสุด โดย กวี ชาวบ้าน

ก้าวผ่าน
....
แสงยามเช้าก้าวผ่านสะพานฟ้า
รัศมีต้องตา...วันฟ้าสวย
วันที่สุขสาดส่องผ่องอำนวย
ดั่งโชคช่วยรวยสุข..ทุกข์มลาย
..
แสงสีส้มสาดส่องผ่องรัศมี
แม้ไม่มีสกุณาจนคราบ่าย
แม้ไม่มีเมฆขาว..พริ้งพราวพราย
แต่ความทุกข์อย่าหมาย..ย่างกรายเยือน
...
ชีวิตเคยจมดิ่งไม่ทิ้งช่วง
แน่นในทรวงห่วงหาน้ำตาเกลื่อน
คงเป็นเพราะชะตานำพาเตือน
ขณะนี้ดูเหมือน..เริ่มเลือนราง
..
แสงยามเช้าก้าวผ่านสะพานฟ้า
หยดน้ำตาเคยร่วงทิ้งช่วงห่าง
ท้องเคยกิ้วหิวข้าวเริ่มเบาบาง
ทุกสิ่งสร้าง..ด้วยกำลัง..ที่ยังมี
..
กวีชาวบ้าน

 4 
 เมื่อ: 13 กันยายน 2017, 10:28:14 AM 
เริ่มโดย กวี ชาวบ้าน - กระทู้ล่าสุด โดย กวี ชาวบ้าน

เช้าของวันใหม่..ยังมีเสมอ
...
ฟ้าสีครามงามงดสะกดจิต
ดั่งนิมิตคิดดีมีสุขสันต์
ใจจูงจิตคิดดีที่สำคัญ
ครอบครัวสมานฉันท์ทุกวันคืน
..
แสงตาวันวิจิตรชีวิตสุข
แม้ผ่านทุกข์ผ่านร้อนนอนขมขื่น
ความโศกเศร้าเหมาวัน..ฝันกลางคืน
เคยระกำ..กล้ำกลืน..ตื่นภวังค์
..
ชีวินทุกข์ ทั้งชาติมิอาจใช่!
ทุกทุกเช้าวันใหม่..ใจยังหวัง
วันนี้จนทนทุกข์รุกประดัง
ไม่จีรัง..ยังดีมีครอบครัว
..
อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเฮฮาสุข
เคยล้มลุกคลุกคลานผ่านดี-ชั่ว
ขณะนี้ที่นี่ '' มิมีกลัว ''
ความแข็งแกร่งก่อตัวทั่่วภายใน
..
ฟ้าสีครามยามนี้ที่ประจักษ์
ดั่งความรักถักทอรอวันใหม่
รอความสุขสมหวังดั่งตั้งใจ
ทุกสิ่งใกล้เวลา...มาทุกที
..
กวีชาวบ้าน

 5 
 เมื่อ: 13 กันยายน 2017, 05:00:03 AM 
เริ่มโดย Soul Searcher - กระทู้ล่าสุด โดย Soul Searcher

แสนรัก

ค่ำคืนนี้ไร้ดาว...ในราวพฤกษ์
ครั้นยามดึกหวนไห้...ไปล่ถวิล
เสียงหริ่งหรีดเรไร...ก้องไพรยิน
แต่หัวใจรวยริน...แทบสิ้นลม

ค่ำคืนนี้ไร้ดาว...ยาวนานนัก
เคยฉ่ำรักเช้าสาย...กลายขื่นขม
บ่ายแว่วหวานหวนกลับ...ทับระทม
เหลือเพียงค่ำปรารมภ์...ข่มกลัดกานท์

ค่ำคืนนี้ไร้ดาว...หนาวอกแล้
คิดถึงแม่เนื้อเย็น...ใจเพ่นพ่าน
ไร้ยลเยือนข่าวคราว...ร้าวอกราน
ฤาถึงคราอวสาน...วิมานแมน

ค่ำคืนนี้ไร้ดาว...ฟ้าวเฝื่อนฟ้า
กระซิบบอกจันทรา...ที่ข้าแหน
จะอยู่ถิ่นฐานใด...ไกลสุดแดน
เป็นตัวแทน...แสนรัก...ปักชีวิน

Soul Searcher
Inspired to write 13/9/2017




 6 
 เมื่อ: 13 กันยายน 2017, 00:09:25 AM 
เริ่มโดย สุวัฒน์ ไวจรรยา - กระทู้ล่าสุด โดย สุวัฒน์ ไวจรรยา



 7 
 เมื่อ: 12 กันยายน 2017, 21:48:03 PM 
เริ่มโดย สุวัฒน์ ไวจรรยา - กระทู้ล่าสุด โดย สุวัฒน์ ไวจรรยา



 8 
 เมื่อ: 12 กันยายน 2017, 21:45:45 PM 
เริ่มโดย สุวัฒน์ ไวจรรยา - กระทู้ล่าสุด โดย สุวัฒน์ ไวจรรยา



 9 
 เมื่อ: 12 กันยายน 2017, 06:31:22 AM 
เริ่มโดย share - กระทู้ล่าสุด โดย share
Luke 6:12-19New Revised Standard Version Catholic Edition (NRSVCE)

Jesus Chooses the Twelve Apostles

12 Now during those days he went out to the mountain to pray; and he spent the night in prayer to God.
13 And when day came, he called his disciples and chose twelve of them, whom he also named apostles:
14 Simon, whom he named Peter, and his brother Andrew, and James, and John, and Philip, and Bartholomew,
15 and Matthew, and Thomas, and James son of Alphaeus, and Simon, who was called the Zealot,
16 and Judas son of James, and Judas Iscariot, who became a traitor.

Jesus Teaches and Heals

17 He came down with them and stood on a level place, with a great crowd of his disciples and a great multitude of people from all Judea, Jerusalem, and the coast of Tyre and Sidon.
18 They had come to hear him and to be healed of their diseases; and those who were troubled with unclean spirits were cured.
19 And all in the crowd were trying to touch him, for power came out from him and healed all of them.


@ ทรงขึ้นเขา เฝ้าภาวนา คาคืนค่ำ
พรทรงธรรม พระเจ้า เนาในสวรรค์
เช้าทรงเรียก เหล่าศิษย์ มารวมกัน
เลือกสิบสอง ทรงสรร ติดตามองค์

@ จรจากเขา พร้อมศิษย์ สู่พื้นราบ
ชาวชนทราบ มาเฝ้า พวกเขาประสงค์
หวังได้รับ รักษา โรคหมดลง
ชีพมั่นคง ธ ทรงช่วย อำนวยพลัน

 10 
 เมื่อ: 11 กันยายน 2017, 18:53:47 PM 
เริ่มโดย share - กระทู้ล่าสุด โดย share

Luke 6:6-11New Revised Standard Version Catholic Edition (NRSVCE)

The Man with a Withered Hand

6 On another sabbath he entered the synagogue and taught, and there was a man there whose right hand was withered.
7 The scribes and the Pharisees watched him to see whether he would cure on the sabbath, so that they might find an accusation against him.
8 Even though he knew what they were thinking, he said to the man who had the withered hand, “Come and stand here.” He got up and stood there.
9 Then Jesus said to them, “I ask you, is it lawful to do good or to do harm on the sabbath, to save life or to destroy it?”
10 After looking around at all of them, he said to him, “Stretch out your hand.” He did so, and his hand was restored.
11 But they were filled with fury and discussed with one another what they might do to Jesus.

@ สับบาโต ธรรมาจารย์ เฝ้าจับจ้อง
เตรียมฟ้องร้อง หากพระองค์ จักรักษา
ชายมือลีบ ให้หาย ในศาลา
ทรงปัญญา ตรัสถาม ไป่รั้งรอ

@ "สับบาโต ควรทำดี หรือทำชั่ว"
ธ ไป่กลัว เรียกมือลีบ แม้มิขอ
"เหยียดมือออก" หายพลัน มือลีบงอ
พวกสอพลอ สุดโกรธ
เตรียมโทษทัณฑฺ์

ลก.6:6-11


หน้า: [1] 2 3 ... 10