ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิทานพื้นบ้านของไทย : คนตัดฟืน  (อ่าน 6499 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
สมาชิกเว็บไซต์
*****

คะแนนกลอน : 90
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1116


ผู้เริ่มหัวข้อนี้
ไม่เก่งแต่อาศัยใจรัก


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 24 กันยายน 2010, 06:42:14 AM »

นิทานพื้นบ้านของไทย : คนตัดฟืน
.. คนตัดฟืน ..

                  กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายผู้ยากจนคนหนึ่งหาเลี้ยงชีพด้วยการตัดไม้ในป่ามาขายทุก ๆ วันจากเช้าจนค่ำ เขาจะใช้เวลาอยู่ในป่าตัดแล้วรวบรวมไม้มาขาย เขามีเพียงขวานเก่า ๆ อยู่ด้ามหนึ่งซึ่งซื้อด้วยเงินที่บิดาให้ไว้ก่อนตาย แต่ถึงอย่างไรเขาก็ถือว่าขวานด้ามนี้เป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าแก่ชีวิตของ เขามาก

                  อยู่มาวันหนึ่ง เขาออกไปตัดไม้ในป่าตามปกติ และในขณะที่ตัดต้นไม้ใหญ่อยู่นั้นขวานของเขาก็หลุด จากมือที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อและตกลงไปกลางแม่น้ำ ไม่มีหนทางใดที่จะนำขวานขึ้นมาได้เพราะน้ำลึกมาก ดังนั้น เขาจึงนั่งพิงต้นไม้ที่เขาต้องการจะโค่นนั้นด้วยความหมดหวัง
                  ถ้าปราศจากขวานเสียแล้ว ชายผู้ยากจนก็ไม่สามารถจะหาเงินมาซื้ออาหารได้ เมื่อนึกถึงความอดอยากก็ทำให้ถึงกับน้ำตานองหน้า ด้วยความทุกข์ที่มีอย่างท่วมท้น เขานั่งร้องไห้อยู่ที่นั่นแต่เพียงลำพัง เทพารักษ์ได้ยินเสียงร้องไห้ของเขาก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา แล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น คนตัดฟืนก็บอกว่าขวานของเขาตกลงไปในแม่น้ำ เขาไม่มีขวานตัดต้นไม้ ดังนั้นจึงไม่มีเงินซื้ออาหาร

                  ด้วยความสงสารชายผู้ยากจนอย่างท่วมท้น เทพารักษ์ก็ปลอบใจเขาและอาสาที่จะไปนำขวานมาให้ชายผู้น่าสงสารก็ขอบคุณเขา แต่ก็แปลกใจว่าชายผู้นี้จะไปงมขวานมาให้เขาได้อย่างไร หลังจากพูดจบชายผู้นั้นก็หายไป แล้วกลับมาในชั่วพริบตาพร้อมกับขวานเงินในมือ แล้วเขาก็ถามคนตัดฟืนว่าใช่ขวานของเขาหรือไม่ คนตัดฟืนส่ายศีรษะไปมาปฏิเสธแล้วก็ร้องไห้ต่อ

                  ครั้งที่สองชายคนนั้นก็แสดงให้คนตัดฟืนดูขวานที่ทำจากทอง และแล้วคนตัดฟืนก็ปฏิเสธที่จะรับอีก และแปลกใจว่าทำไมคนที่ร่ำรวยเช่นนั้นจึงยังเลือกอาชีพตัดไม้อีก เขาคงจะโง่มากที่ปล่อยให้ขวานหล่นลงไปในแม่น้ำ
                  ชายผู้นั้นยิ้มอย่างผิดหวัง และเมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับขวานทั้งสามด้ามในมือ คือ ขวานเงิน ขวานทอง และขวานของคนตัดฟืนเอง คนตัดฟืนยิ้มทั้งน้ำตาทันทีที่เห็นขวานของเขาอยู่ในมือชายผู้นั้น เขาชี้ไปที่ขวานด้ามเก่าของเขาและขอบคุณชายผู้นั้นที่กรุณาช่วยเขา

                  ด้วยความประทับใจในความซื่อสัตย์ของคนตัดฟืนเทพารักษ์ จึงบอกให้เขานำขวานทั้งหมดไป แต่คนตัดฟืนก็ยืนกรานที่จะไม่รับของซึ่งไม่ใช่ของตน และแล้วเทพารักษ์ก็บอกเขาว่าขวานเหล่านี้เป็นของเขาและเขาให้ขวานทั้งหมด เหล่านี้เป็นของขวัญ

                  คนตัดฟืนดีใจมากที่ได้ขวานของตนกลับคืนมา และยังได้เพิ่มมาอีก 2 ด้ามซึ่งเป็นของขวัญจากชาย ใจดีในป่า เมื่อกลับมาถึงบ้านเขาก็ขายขวานเงินและขวานทอง แต่เก็บขวานเก่าของตนไว้และดำเนินชีวิตอย่าง สุขสบายด้วยการประกอบคุณงามความดี

                  ข่าวโชคดีของเขาได้แพร่ไปถึงผู้เป็นพี่ชายผู้ซึ่งไม่ค่อยจะมาเยี่ยมเขาบ่อยนัก และถึงแม้ว่าเขาจะร่ำรวย เขาก็ไม่เคยช่วยเหลือน้องชายผู้ยากจนของเขา เขาไม่ชอบนิสัยอันซื่อสัตย์ของน้องชาย เขาถามน้องชายของเขา ว่าเขากลายเป็นคนรวยอย่างรวดเร็วได้อย่างไร และแล้วชายผู้แสนซื่อก็บอกพี่ชายของเขาถึงเรื่องราวทั้งหมด พี่ชายของเขาดีใจมากที่ได้รู้ความจริงและแอบขโมยขวานด้ามเก่าของน้องชายกลับบ้านไปด้วย

                  ผู้เป็นพี่ชายเดินตรงไปยังป่าที่น้องชายของเขาตัดต้นไม้ หลังจากตัดต้นไม้อยู่ครู่หนึ่งเขาก็แกล้งปล่อย ให้ขวานหลุดจากมือไปและตกไปในแม่น้ำ ผู้เป็นพี่ชายก็นั่งร้องไห้ออกมาอย่างดัง และแล้วเทพารักษ์ในร่างแปลงของชายหนุ่มรูปงามก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขาทันที และถามเขาว่าร้องไห้ทำไม ผู้เป็นพี่ชายซ่อนความดีใจเอาไว้และบอกเทพารักษ์ว่าขวานของเขาหายลงไปในแม่น้ำในขณะตัดต้นไม้ใหญ่ แล้วก็ขอร้องให้ชายผู้นั้นช่วย และถึงแม้ว่าเทพารักษ์จะรู้ว่าชายผู้นี้มีความละโมบมากเพียงใด เขาก็สัญญาว่าจะนำขวานมาให้ชายผู้โศกเศร้านั้น
                  เขาหายไปและปรากฏตัวขึ้นพร้อมทั้งขวานเงิน ในมือของเขาเขาถามชายตัดฟืนว่าใช่ขวานของเขาหรือ ไม่ เขาพยักหน้าและบอกว่าเป็นขวานของเขา แต่ก็ยังมีขวานด้ามอื่นที่เขากำลังหาอยู่ชายผู้นั้นก็จากไปแล้วกลับ มาพร้อมกับขวานทองในมือของเขา ผู้เป็นพี่ชายเห็นขวานทองก็ตื่นเต้นยิ่งนัก แล้วกระชากขวานด้ามนั้นจากมือของเทพารักษ์อย่างหยาบคายไปทันที พี่ชายผู้ละโมบวิ่งกลับบ้านของตนอย่างเร็วด้วยเกรงว่าจะถูกขัดขวางเทพารักษ์ หมดความอดทนต่อความประพฤติอันแสนละโมบของเขา ดังนั้นจึงได้สาปให้ให้เขาไม่มีอะไรเลย

                  ผู้เป็นพี่ชายวิ่งกลับบ้านของตนอย่างเร็ว เพียงเพื่อพบว่าบ้านของเขาได้อันตรธานไปแล้วในขณะที่ ขวานทองและขวานเงินในมือของเขาก็กลับกลายเป็นไม้เท้าเก่า ๆ อันไร้ประโยชน์ และแล้วพี่ชายของเขาก็รู้สำนึกว่าตอนนี้เขาสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ก็เพราะนิสัยละโมบของตนนั่นเองดังนั้นเขาจึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากน้อง ชายของเขาผู้ซึ่งซื่อสัตย์และเมตตาต่อเพื่อนบ้านผู้ยากไร้เสมอ เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า ความโลภนำมาซึ่งความทุกข์สำหรับคนที่ไม่รู้จักคำว่า “ พอ ”




แง่คิด   :    โลภมากลาภหาย


บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: