ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ~*~ เสียงสั่งจากเกลียวคลื่น ~*~  (อ่าน 2358 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Soul Searcher
สมาชิกเว็บไซต์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744



ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: 26 สิงหาคม 2017, 18:50:23 PM »

Re: ~*~ เสียงสั่งจากเกลียวคลื่น ~*~
เป็นแค่คนเขียนกลอนในตอนว่าง
ก็ผิดบ้างพลั้งบ่อย ด้อยภาษา
แต่เพราะมีใจรักอักขรา
จึงสรรค์มาร้อยคำทำเป็นกลอน

ขอบคุณที่ให้เกียรติ แต่อย่าเรียกครูเลยค่ะ
เพราะห่างไกลจากคำนั้นมาก
ยินดีและขอบคุณที่มาต่อกลอนนะคะ


ปราดเปรื่องปรีชาชาญ        อนุมานถ้อยกานท์ยล
อ่อนน้อมและถ่อมตน          ถกลเกียรติเถกิงไกร

บรรจบบรรเจิดแจ้ง             มิเคลือบแคลงแถลงไข
รีบรุดเร่งเร็วไว                 ใคร่พากเพียรเรียนวิชา

ฝากตัวขอเป็นศิษย์             ให้ท่านพิจารณา
มิมีเลศมารยา                   ประณตนอบน้อมขอบคุณ

...ที่ขอเรียนวิชานี่ ไม่ได้แกล้งพูดครับ
ชอบการพรรณนาที่สละสลวย
ของคณวลีลักษณา มากครับ
เลยมาฝึกหัดเขียนต่อกลอน
เผื่อจะได้วิชาติดตัวไปบ้างน่ะครับ
มิได้เจตนาจะก้าวล่วง ประการใด

เนื่องจากยังขาดประสบการณ์และความชำนาญ
จึงสื่อสารความหมาย(ทั้งอ่านและเขียน) ได้ไม่ดีนัก
อาจเกิดความคลาดเคลื่อนได้
หากพลาดพลั้งประการใด
ผมขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วยนะครับ...

ด้วยความเคารพ

Soul Searcher

ป.ล. หากกลอนที่แต่งมีข้อบกพร่อง
ประการใด กรุณาชี้แนะได้เลยนะครับ
มิต้องเกรงใจนะครับ จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไข
ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ



บันทึกการเข้า
Soul Searcher
สมาชิกเว็บไซต์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744



ดูรายละเอียด
« ตอบ #31 เมื่อ: 29 สิงหาคม 2017, 19:17:23 PM »

Re: ~*~ เสียงสั่งจากเกลียวคลื่น ~*~


รำพึงรำพันร้อย           เคลิบเคลิ้มคล้อยคร่ำครวญหา
วูบไหวเมื่อไกลตา        อุราหวั่นพร่าพรั่นใจ

น้ำคำจำนรรจ์เอ่ย         ฤ เปิดเผยซึ่งความนัย
สายธารผ่านรินใด        บอกลึกหยั่งหลั่งเชี่ยวชล

นิราศร้างแรมรอน         พจน์สุนทรกาพย์กลอนกล
ยอกย้อนรุ่มร้อนรน        ยลยั่วเย้าฤาเคล้าคลอ

บุพบรรพ์บาปเบื้อง        บันดาล
อดีตชาติรุกราน           รุ่มเร้า
น้ำคำดั่งสายธาร          ลึกหยั่ง
ฤาจิตหวังยั่วเย้า           หยอกล้อโลมขวัญ

ไกลกันแม้นต่างฟ้า        ธรณิน
สูงผ่านข้ามเมฆินทร์       ถิ่นเจ้า
ต้อยต่ำภาคพื้นดิน        กำเนิด ข้าเฮย
เพียงคิดขมขื่นเศร้า       ไขว่คว้าเกินฝัน

รำพันคล้องจิตร้อย        เรียงกัน
ปะเหลาะเพราะใจมัน     เรียกร้อง
หวังโยงผูกสัมพันธ์        สานสื่อ
พร่างพจน์พาทีคล้อง      บ่วงรั้งทรวงสมร

วอนเพรงบุญโอบเอื้อ      อุ่นเนา
เพรงบาปยั้งบรรเทา       คลาดแคล้ว
ให้โอกาสสองเรา          หวนสู่
เคียงชื่นสมสุขแพร้ว       จวบสิ้นกัลป์สมัย

มาลัยพริ้งเพริศพร้อย      มวลภมร
ย่อมต่างไหวหวั่นคลอน    เคลิบเคลิ้ม
ขอคงมั่นบังอร              จงหนัก แน่นนา
มิปล่อยเผลอหยาดเยิ้ม     ถักถ้อยลามถึง

คำนึงอาบเฟื่องฟุ้ง          ฟูมฟาย
เหตุพร่ำพรรณราย          ฝากเจ้า
เพื่อเป็นนิมิตหมาย          ประจักษ์ แจ้งเนอ
คำตอบน้อย จักเฝ้า         ตราบสิ้นชันษา

ครวญคำด่ำพินิจ            หวังพึงพิจารณา
ใช่พลิกพลิ้วชิวหา           อุราท้นดลจิตร้อย

หากพากย์ฝากฤาใช่        พากย์อื่นไซร้ที่ใจคอย
ชอกช้ำน้ำตาปรอย          ฝังรอยบาปตราบสิ้นกาล

...ขออนุญาต มาฝึกหัดนะครับ
พยายามใช้จินตนาการหาแง่มุม
มาต่อกาพย์/โคลง ตามเนื้อหานะครับ
มิได้เจตนาจะล่วงเกินแต่ประการใด
หากมีผิดพลาดพลั้งไป
ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ...

ด้วยความเคารพ

Soul Searcher
Inspired to write 29/9/2017



บันทึกการเข้า
วลีลักษณา
สมาชิกเว็บไซต์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 54


ผู้เริ่มหัวข้อนี้

ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #32 เมื่อ: 01 กันยายน 2017, 21:03:03 PM »

Re: ~*~ เสียงสั่งจากเกลียวคลื่น ~*~
ฤๅบุญบรรพ์ผันช่วง     เข้าล้อมบ่วงผูกพ่วงมาน
สบถ้อยร้อยบรรสาน           หมายสมานเสมอชนม์

โปรยคำฝาก ปนผสม สายลมรื่น
กลางพรรษาฉ่ำชื่นด้วยคลื่นฝน
ฟากฟ้าไร้แสงทอง ผ่องอำพน
แต่ใจคนสว่างล้ำเรืองจำรูญ

จนเย็นย่ำกล้ำกราย  สุดปลายสรวง-
ฉาบรุ้งรวงเรื่อแดงของแสงสูรย์
เปิดเชิงฟ้าโชนช่วงด้วยดวงกูณฑ์
ขับอาดูรหม่นอับลงกับกาล

ลมรวยรื่นตื่นไล้ พลอดไม้ดอก
โชยระลอกพร่างพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เหมือนจงใจจะเร่งให้เบ่งบาน
จนช่อมาลย์ลู่ล้ออยู่คลอลม

ล่วงเลยเพ-ลา พลบ พระลบลับ
ม่านพยับคลี่ล้อมเข้าห้อมห่ม
กรรณิการ์หอมหวานก็หว่านพรม
กำจายฉมฟุ้งตลบจนอบอวล

เถิดพอถึง อรุ่ณรุ่ง ของพรุ่งนี้
ดอกดวงที่เคยย้อมกลิ่นหอมหวน
ก็จะร่วงซบดินเลือนสิ้นนวล
ที่งามล้วนชวนถนอม ก็ย่อมวาย

ลมยามค่ำร่ำสายรำพายผ่าน
พาสร้อยสาส์นงดงามสื่อความหมาย
หวั่นสิ้นช่วงล่วงคล้อยก็พลอยคลาย
ทะยอยกลายจำนงไม่คงนาน

หากคำที่ร่ำร้อย             เพียงร่ายสร้อยประดอยจาร
ค่าเพียงจำเรียงกานท์      คงพร่าผลาญจนรานทรวง

วลีลักษณา
๑ กันยายน ๒๕๖๐
บันทึกการเข้า

รวมกลอน  วลีลักษณา
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=waleelaksana
Soul Searcher
สมาชิกเว็บไซต์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744



ดูรายละเอียด
« ตอบ #33 เมื่อ: 04 กันยายน 2017, 06:58:37 AM »

Re: ~*~ เสียงสั่งจากเกลียวคลื่น ~*~


ลมหวนทวนอดีต             กวะกรีดกลางแดดวง
อ่อนไหวฤทัยล่วง            ลึกฝังไว้ในทรงจำ

ล่องลอยลมโปรยปรายกับสายฝน
เปียกปอนกายสกนธ์จนชุ่มฉ่ำ
แล้วพลิกผันสู่ใจในครวญคำ
พร่างฝนพรำประสมคมคายคลอ

สราญรื่นชื่นชมคารมขับ
เคลิ้มสดับ อ้อยตาลช่างหวานหนอ
มาลัยสร้อยดอกรักร้อยถักทอ
หอมละออเฟื่องฟุ้งจรุงใจ

ปานสลักผักผลยลประณีต
ปลายคมมีดกรีดริ้วช่างพลิ้วไหว
บรรจงแกะเกลาเกี่ยวเชี่ยวชาญไว
งามวิไลงานศิลป์กวินแล

พรรณนาพจน์พร้อยเป็นรอยรูป
วาบไหววูบชิดชวนเย้ายวนแข
ทิพย์โอสถชุบฟื้นขมขื่นแปร
สมานแผลลึกร้ายรายเรียงร้าว

ผิว์แม้นปลื้มปรารมภ์เพียงห่มฝัน
ประโลมขวัญจันทร์จวงแห่งห้วงหาว
เชลงรดรินหลั่งเพียงครั้งคราว
มิยืนยาวเยื้อนอุษาก็ราโรย

จะเอื้อนอรรถก็ละม้ายคล้ายวิหค
บินโผผกหวนไห้อาลัยโหย
ครั้นปลดเปลื้องข้องขัดรัดรึงโปรย
ก็โบกโบยคืนถิ่นผินจากลา

อาจมีเพียงเท่านี้ที่จักขอ
มิต้องรอสมมาตรปรารถนา
แม้นมิสบสมหวังดั่งอุรา
อาบชีวาสร้างเสริมเติมพลัง

ถึงมาดแม้นชาติชราเยื้อนมาสู่
จากเลิศหรูงดงามยามสพรั่ง
ฝากริ้วรอยขีดข่วนให้ชวนชัง
วจียังยืนยงคงสะคราญ

มุ่งค้นหานิยามของความรัก
มิตระหนักไออุ่นละมุนหวาน
เปิดใจรับกับกวีคลี่เบ่งบาน
สุขสำราญเกินกว่าสาธยาย

จึงแต่งองค์ห้อมห่มอารมณ์ศิลป์
อาบกวินจินต์ฝันรำพันผาย
ประดิษฐ์ร้อยสร้อยเสียงเรียงจำราย
ด้วยจิตหมายเพียงเพื่อเอื้อจำนรรจ์

หากคำนำเรียงร้อย        มิอ่อนช้อยด้อยประพันธ์
สลดพจน์จาบัลย์            พลันเจียมจิตลิขิตจาร

ผิว์แม้นเพียรประดิษฐ์       ตราตรึงติดสถิตมาน
กึกก้องซ้องกังวาน           ผสานซึ้งคะนึงคลอ

...ขอบพระคุณครับ...
Soul Searcher
Inspired to write 4/9/2017



รายชื่อผู้เยี่ยมชม: ธนุ เสนสิงห์, พากย์, วลีลักษณา
บันทึกการเข้า
วลีลักษณา
สมาชิกเว็บไซต์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 54


ผู้เริ่มหัวข้อนี้

ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #34 เมื่อ: 17 กันยายน 2017, 21:13:59 PM »

Re: ~*~ เสียงสั่งจากเกลียวคลื่น ~*~
สิ้นแสงสูรย์เลือนดับราวลับโลก
กาลวิโยคโบกย้ำแต่ช้ำต่อ
น้ำตาฟ้าหลากหลั่งไม่รั้งรอ
มิอาจขอดินฟ้าให้ปราณี

ก้าวลุยทางย่างผ่านมานานเนิ่น
นานจนเกินย้อนกลับสลับที่
กระแสกาลเวลาดังวารี
ไม่เคยมีวันทวนแม้ส่วนใด

ตลอดลู่สู้ฝ่าจะคว้าฝัน
มากำนัลจำนงอย่างหลงใหล
ทั้งสมหวัง-พลาดหวังพ่ายพังไป
เหลืออะไรติดมือเมื่อยื้อมา

ต่างสิ้นลับดับลงไม่คงรูป
สายกาลสูบกลืนกินจนสิ้นค่า
หลงอยู่ในนิยามความมายา
ทรมาทรกรรมก็จำยอม.....ฯลฯ


ขออภัยคุณ Soul Searcher นะคะที่ต่ออารมณ์กลอนไปคนละทาง บทต่อไปจะเปลี่ยนอารมณ์กลอนตามหัวข้อ "กลอนรัก" ให้อ่านเล่นๆ ค่ะ


รายชื่อผู้เยี่ยมชม: กวี ชาวบ้าน, Soul Searcher
บันทึกการเข้า

รวมกลอน  วลีลักษณา
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=waleelaksana
Soul Searcher
สมาชิกเว็บไซต์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744



ดูรายละเอียด
« ตอบ #35 เมื่อ: 19 กันยายน 2017, 08:57:32 AM »

Re: ~*~ เสียงสั่งจากเกลียวคลื่น ~*~


"หากอาทิตย์ลับโลกโศกสลด"
คลุ้มมืดหมดคลี่แผ่ซ่านแห่ห้อม
หวาดประหวั่น แข็งขืนฝืนประนอม
พยักพร้อมน้อมรับกับห้วงกาล

เยื้องเหยียบย่างค้างคารอยบ่าบั่น
ข้ามคืนวันผันเวียนเปลี่ยนฉากม่าน
บนหยาดหยดน้ำตาอุราธาร
ท่วมถั่งท้นดวงมานร้าวรานนัก

ยลเงารูปวูบไหวใจกระหวัด
แย้มเยื้อนอรรถวลีกวีถัก
สื่อสวัสดิ์สวาสดิ์พาสามิภักดิ์
เฟื่องฟูมฟักเสกศิลป์จินต์บันดล

อันรักเกิดครั้งใด ใครว่าง่าย
ว้าวุ่นวายตื่นหลับคล้ายสับสน
รู้ทั้งรู้สุขทุกข์คลุกเคล้าปน
แปลกกมลมิคลาย แหนงหน่ายรัก

ครั้นจะเติมแต่งสี ฤ มีสิทธิ์
นิรมิตงดงาม คร้ามตระหนัก
ไล้เรื่อแดงแซมปรางสำอางลักษณ์
สะท้อนทักทายคำร่ำพาที...

ฤารักเอย...ผูกเย้า          ยวนปม
เบือนปิดช้ำระบม            ปกป้อง
ปรารภกี่ปรารมภ์            ขมขื่น
มิอาจขืนติดข้อง             เสียดค้างปลายศร

หวานกลอนรักชื่นช้อย       ชีวี
คล้อยเคลิบเคลิ้มพาที       พริบแพร้ว
คลายหมองหม่นฤดี          หดหู่
เปิดประตูใจแล้ว             สลัดเปลื้องปลายศัลย์

ขอบพระคุณ คุณวลีลักษณา
ที่ให้เกียรติร่วมต่อกลอนครับ
จะรออ่าน "กลอนรัก" นะครับ
(...แต่อยากจะให้ช่วยเติมสีชมพู
เข้าไปเยอะๆหน่อยนะครับ...)
 
Soul Searcher
Inspired to write 19/9/2017






บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: