ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ๐ เสียงกวี ๐  (อ่าน 213 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ธรรมดา
สมาชิกเว็บไซต์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


ผู้เริ่มหัวข้อนี้
ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 30 มีนาคม 2017, 16:05:57 PM »

๐ เสียงกวี ๐

        ๐ เสียงกวี ๐

เสียงกวีที่กังวานแต่กาลก่อน
ยังสะท้อนมาตามฝากความหวัง
แม้ร่างลับกับกาลวิญญาณยัง
เฝ้าห่วงหลังยังงานด้านกวี

จากแดนทิพย์กระซิบมาให้หล้าชื่น
โลกร่มรื่นรับเสียงเพียงดีดสี
เหมือนแสงก่องส่องฟ้ายามราตรี
ให้ฤดีรับรสสิ่งงดงาม

กลอนจากจิตอุทิศเป็นเครื่องเซ่นสรวง
น้อมบำบวงปวงกวีศรีสยาม
ขอสร้างงานปานผกาบูชานาม
ดำเนินตามกวีครูอยู่อาจิณ

เพื่อแดนหนึ่งซึ่งกวียอมพลีร่าง
เพื่อเสกสร้างสวนสวรรค์วรรณศิลป์
ขอกรองคำจำเรียงเพียงเสียงพิณ
กล่อมแดนดินยินดีอยู่จีรัง

แม้มิชื่นเช่นผกาปาริชาต
ทรงอำนาจน้อมกมลสู่หนหลัง
เพียงเสียงกลอนกล่อมกมลชนผู้ฟัง
น้อมใจยังแดนศิลป์ ก็ยินดี

ประพันธ์โดย..อ.มะเนาะ ยูเด็น
บันทึกการเข้า
Soul Searcher
สมาชิกเว็บไซต์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 744



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 31 มีนาคม 2017, 13:09:50 PM »

Re: ๐ เสียงกวี ๐


...เพรงกาลก่อนย้อนรอยแช่มช้อยนัก
ร่ายเรียงชักเชื่อมคำรำบายศรี
พร้องจังหวะพร้อมเพรียงเสียงดนตรี
สูงต่ำมีกรีดกรายพลิ้วสายพิณ

ขับวลีกังวานสะท้านโสต
ยามพิโรธโกรธขึ้งพึงถวิล
คลายโอนอ่อนผ่อนกร้าวร้าวระบิล
ครั้นยลยินเยื้อนบทพจมาน

ดุจมนต์ขลังพลังจินต์สินอำนาจ
ภาณุมาศสาดแสงสำแดงฉาน
กลอนสดับกล่อมเกลี้ยงเพี้ยงมินาน
น้าวสันดานน้อมโน้มด้วยโลมลม

สื่อวิญญาณ์จาระไนใส่อักษร
วาบไหวอ่อนถอนพิษจริตขม
อักขระคลุกเคล้าเร้าอารมณ์
อาบคายคมสำเนียง...เสียงกวี

ขอกราบกรานครูกลอนสุนทรเศรษฐ์
ค้อมนบเกศการุญพระคุณที่
ได้เล่าเรียนเขียนอ่านขานวิธี
รมณีย์ชื่นชมสมประภัสร์

จวบชีวาลายลาญเป็นถ่านเถ้า
ขอหยิบเอาพจน์กลอนพรจรัส
มธุรสบทบรรณฉันทาทัศน์
เอื้อมนัสอำรุงผดุงพลี...

Soul Searcher
Inspired to write 31/3/2017


บันทึกการเข้า
ลัดดาวัลย์
สมาชิกสมาคมกวีร่วมสมัย
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 239



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 05 เมษายน 2017, 21:02:17 PM »

Re: ๐ เสียงกวี ๐
คนเขียนกลอนอ่อนไหวใจรู้สึก
สร้างสำนึกด้วยรักอักษรศรี
จึงพากเพียรเขียนคำพร่ำพาที
เป็นกวีร่ายดั้นมนต์คำกลอน

ไว้อ่านเล่นเป็นเพื่อนเตือนยามเหงา
เมื่อโศกเศร้าเติมจิตมิตรอักษร
มีอ่อนหวานตัดพ้อรอแง่งอน
บ้างซุกซ่อนชอกช้ำงำน้ำตา

ต่างสุนทรีย์อารมณ์คมฉกาจ
ร้อยเรียงวาดวาวแววอย่างแกล้วกล้า
สิ่งสุดท้ายสายศิลป์รินหลั่งมา
กล่อมโลกฟ้าแผ่นดินสิ้นทุกคน

ลัดดาวัลย์ em15


รายชื่อผู้เยี่ยมชม: ธรรมดา, พี.พูนสุข, Soul Searcher
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: